การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิมเพื่อเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ยิ่งนานเข้าสัดส่วนผู้สูงอายุในเมืองไทยยิ่งจะมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนประชากรช่วงอายุอื่นๆ การเตรียมวางแผนเรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุจึงเป็นประเด็นที่ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจศึกษาและเริ่มทดลองพัฒนาโครงการสำหรับผู้สูงอายุในรูปแบบต่างๆ

การปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม เพื่อรองรับกายภาพที่เปลี่ยนไปตามวัยของผู้สูงอายุ ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ในห้องน้ำ ราวจับ เปลี่ยนบันไดเป็นทางลาดเพื่อความสะดวกในการใช้รถเข็น การเปลี่ยนพื้นห้องเป็นพื้นที่ช่วยลดแรงกระแทกจากการล้ม ตลอดจนการนำเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้งในที่อยู่อาศัย เช่น กล้องที่ตรวจจับการล้ม ระบบเรียกรถฉุกเฉิน หรือบริการที่เก็บค่าสมาชิกรายเดือนในการส่งพยาบาลหรือหมอเข้ามาตรวจเยี่ยมเดือนละ 1-3 ครั้ง ร่วมกับการให้คำปรึกษาหรือพูดคุยช่วยเหลือกับผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุอยู่ได้โดยไม่ต้องมีผู้ดูแลประจำ หรือลูกหลานหาคนมาอยู่ดูแลเองภายใต้การให้คำปรึกษาแนะนำและตรวจเยี่ยมของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

รูปแบบนี้มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมในประเทศไทย จากค่านิยมที่บุตรหลานมีทัศนคติไม่ดีต่อการส่งผู้สูงอายุเข้าไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในรูปแบบนี้ค่อนข้างต่ำเพราะเป็นการดูแลกันเองที่บ้าน จึงไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ไม่ต้องมีบุคลากรของศูนย์มาอยู่ประจำ โดยการตรวจเยี่ยมถึงบ้านอาจซื้อเป็นบริการเสริมเท่าที่จำเป็นทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำกว่ารูปแบบอื่น

ปัจจุบัน บริษัท เอสซีจี ได้พัฒนาทั้งตัวบ้านสำเร็จรูปและอุปกรณ์ปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนบริการให้คำปรึกษาและตรวจเยี่ยมผู้สูงอายุถึงบ้านก็มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเริ่มให้บริการอยู่บ้าง และน่าจะเห็นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการเฝ้าระวัง และดูแลผู้สูงอายุโดยไม่ต้องส่งคนเข้าไปอยู่ดูแลที่บ้าน

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร